เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก
เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกสร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดกับ ประชาชนชาวนครนายก และจังหวัดใกล้เคียง
ตัวเขื่อน ประกอบด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนรองสร้างด้วยคอนกรีตบดอัด ปัจจุบันเป็น เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาว ที่สุดในโลก มีความยาวรวม 2,720 เมตร ความสูง ( สูงสุด ) 93 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำมีความจุ 224 ล้าน ลบม.
ประโยชน์ มีน้ำในการทำเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายก นักท่องเที่ยวสามารถชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อนจะเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน
คุณค่า เขื่อนขุนด่าน ฯ สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเป็นสิ่งก่อสร้างหนึ่งที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อพสกนิกรชาวนครนายกและชาวไทย
โครงการแก่งเทียมเพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นสนามสลาลอมนานาชาติ เป็นแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบกา ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก เพิ่มขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้าง 5 โทรศัพท์ 0-3738-420 ต่อ 133 (แผนที่ไปเขื่อน)
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ ( ทางหลวงหมายเลข 305 หรือ 33) – นครนายก – (น้ำตกนางรองใช้ถนนหมายเลข 3049) – ผ่านอุทยานวังตะไคร้ – เลี้ยวขวาเข้าถนนสู่ตัวเขื่อน
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพ ฯ – นครนายก มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) ทุกวัน สอบถามได้ที่ โทร .0-2936-3660, 0-2936-3666
เปิดให้ขึ้นชมบริเวณสันเขื่อนตั้งแต่เดือนเมษายน 48
เขื่อนขุนด่านฯ ตู้ ปณ. 4 ต.หินตั้ง อ.เมือง นครนายก 26000 โทรศัพท์ 0 3738 4208-9 โทรสาร 0 3738 4210
เขื่อนขุนด่านปราการชล
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2549 ครบรอบ 5 ปี วางศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่านและวโรกาส ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน ชื่อเขื่อนคลองท่าด่าน “ เขื่อนขุนด่านปราการชล ” กับมีพระกระแสให้ติดป้ายโลหะจารึกประวัติของขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน ณ บริเวณเขื่อน เพื่อเชิดชูเกียรติคุณ ให้ปรากฏนับเป็น พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแก่กรมชลประทาน และชาวจังหวัดนครนายก ขอพระองค์ทรงมี พระชนม์พรรษายิ่งยืนนาน ป็นมิ่งขวัญของปวงประชาตลอดกาล
เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นชื่อพระราชทานที่ได้นำตำนานเจ้าพ่อขุนด่านในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อพม่าบุกไทยชาวเขมรลักเสบียง รังแกคนไทย หัวหน้าที่ชาวบ้านเรียกว่าขุนด่าน จะใช้ม้าเร็วรับส่งข่าวรายงานไปยังกรุงศรีอยุธยา
ภายหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพจากพม่าพระยาละแวกตีตลบ หลังไทยกวาดต้อน ขนทรัพย์สินมีค่าไปเมืองเขมร ขุนหาญพิทักษ์ไพรวันหรือขุนด่านทราบข่าวกองทัพเขมรจะตีนครนายก ได้รวบรวมคนไทยซุ่มรอคอยโจมตี ทัพพระยาละแวกอย่างห้าวหาญ จนทัพเขมรแตกพ่ายไป
ต่อมาเมื่อขุนด่านถึงแก่อนิจกรรม ชาวบ้านได้ร่วมใจสร้างศาลาประดิษฐานอัฐิไว้ ณ บริเวณเขาชะโงก ตำบลพรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ปัจจุบันเป็นโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ
เกียรติคุณขุนด่านที่เล่าขานกันตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจะจารึกไว้ในความทรงจำชั่วลูกหลานให้ระลึกถึง คุณงามความดีของท่านตราบนานเท่านานไว้ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล เสมือนเป็นกำแพงคอนกรีต ปรากฏการมหึมา ความยาว 2549 เมตร สูง 93 เมตร ขวางกั้นลำคลองท่าด่านที่มีน้ำไหลเข้ามา เก็บกักได้ถึง 224 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการชลประทานให้กับการเกษตรกรรมใน พื้นที่ 185 ,000 ไร่ และการท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคต เศรษฐกิจของจังหวัดนครนายกจะรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า สร้างรายได้แก่ชุมชน มีชื่อเสียงแพร่กระจายเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศ
ความเป็นมาของโครงการ
ลุ่มแม่น้ำนครนายกเห็นลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ มีพื้นที่รับน้ำประมาณ 2 , 430 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งอำเภอเมือง อำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี ไปจนถึงอำเภอองครักษ์ ลุ่มน้ำ นครนายกตอนบนมีต้นกำเนิดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จากบริเวณต้นน้ำจนถึงอ่างเก็บน้ำ คลองท่าด่าน มีลักษณะเป็นหุบเขาแคบ ๆ และพื้นที่สูงชัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ตอนกลาง ได้แก่ พื้นที่ส่วนขยายของโครงการชลประทานท่าด่าน เป็นที่ราบมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น ในบริเวณนี้ ระดับน้ำใต้ดินมีการลดระดับหรือพื้นที่ลาดเทค่อนข้างมากทำให้น้ำไหลบ่ารุนแรง ในช่วงฤดูฝนและตอนล่างได้แก่บริเวณพื้นที่ชลประทานนครนายก เป็นพื้นที่ราบกว้างขวาง
มีระดับน้ำใต้ดินต่ำจึงเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งส่วนในฤดูฝนกลับเกิดปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบที่มีความลาดเอียงน้อยทำให้น้ำระบายอกยากน้ำจึงท่วมขังเป็นเวลานาน
ลุ่มน้ำนครนายกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ทำให้เกิดฝนชุกโดยเฉลี่ประมาร 1 , 500 ถึง 2 ,000 มม. ต่อปีหรือร้อยละ 87 และระหว่างเดือน มิถุนายนถึง เดือนตุลาคม ยังเป็นช่วงที่มีน้ำท่าสูงสุดถึงร้อยละ 93 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปี น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นา และพื้นที่ทำการเกษตรโดยรอบ บางแห่ง น้ำท่วมแช่อยู่นานจนไร่นาและพื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ก็ไม่สามารถเก็บกักน้ำ ส่วนกินนี้ไว้ในฤดูแล้งได้ ดังนั้นช่วงปลายปีเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมอันเป็นช่วงฤดูแล้ง จึงมักเกิดการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง แม้ว่าบริเวณลุ่มแม่น้ำจะมีระบบชลประทานขนาดเล็กและ ขนาดกลางโดยมีฝาย เช่น ฝายท่าด่าน หรือเขื่อนทดน้ำตามลำน้ำเป็นระยะๆ เพื่อใช้ตัวลำน้ำเอง
เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน และยังใช้อ่างเก็บน้ำตามลำน้าสาขาทางต้นน้ำนครนายก ช่วยเก็บกักด้วยก็ยังพอที่จะช่วยป้องกันน้ำหลากในช่วงฤดูฝน และไม่เพียงพอที่จะเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยเฉพาะบางทีที่ฝนทิ้งช่วง ลำน้ำนครนายกเองก็ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้เพื่อชลประทานได้ ตรงกันข้ามเมื่อถึงช่วงฤดูฝน น้ำกลับไหลบ่าลงมาท่วมบ้านเรือน ไร่นา และพื้นที่การเกษตรของราษฎรทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมราก พื้นที่บางส่วนจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน แต่พอถึงฤดูแล้งน้ำกลับแห้งผากจากสภาวะน้ำท่วมแช่อยู่เป็นเวลานานสลับกับความแล้งซ้ำซากทำให้ดินกลายสภาพเป็นกรดที่เรียกว่าว่า ดินเปรี้ยว ในแต่ละปีดินเปรี้ยวสร้างความสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับผลผลิตทางการเกษตรในจังหวัดนครนายกด้วยเหตุผลดังกล่าว โครงการเขื่อนคลองท่าด่านฯจึงเกิดขึ้นโดยมีความ มุ่งมั่นที่จะขจัดปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง และดินเปรี้ยว ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกักน้ำและจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบให้พอเพียงกับความต้องการของกิจกรรมทุกประเภทภายในลุ่มน้ำนครนายกและพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างเขื่อนคลองที่ด่านฯ และได้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2542 โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี และเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2544 พระบาทสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงวาง ศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่านฯ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่พสกนิกรชาวจังหวัดนครนายก
โครงการก่อสร้าง 5 ( โครงการท่าด่าน ) สำนักโครงการขนาดใหญ่
เขื่อนคลองท่าด่านฯ เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ จุดประสงค์หลัก คือ สร้างเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่าน
ที่ตั้งโครงการ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
ลักษณะโครงการ
เขื่อนคอนกรีตบดอัดแน่น (Rcc Dam: Roller-Concrete Dam) ประกอบด้วย
เขื่อนหลัก RCC-B และ เขื่อนรอง RCC-S
ความสูงเขื่อน ( สูงสุด ) 93 เมตร
ความยาวเขื่อนรวม 2 , 720 เมตร
ความกว้างสันเขื่อน ( กว้างที่สุด ) 8 เมตร
ระดับสันเขื่อน +112 เมตร (รทก.)
ปริมาตรตัวเขื่อนทั้งหมด 5.47 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนดินปิดช่องเขาต่ำ (Saddle Dam) เป็นเขื่อนดินบดอัด
ความสูง 46 เมตร
ความยาว 350 เมตร
ปริมาตรเขื่อน 1.22 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำ (Reservoir)
ระดับน้ำที่เก็บกักปกติ +110 เมตร ( รทก. )
ปริมาณน้ำเก็บกัก 224 ล้านลูกบาศก์เมตร
อาคารประกอบ
อาคารผันน้ำ (Diversion Sluice)
อาคารระบายน้ำล้น (Spillway)
อาคารระบายน้ำฉุกเฉิน (Bottom Outlet)
อาคารระบายลำน้ำเดิม (River Outlet)
อาคารระบายน้ำคลองชลประทาน (Irrigation Outlet)
การบริหารจัดการ น้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งเมื่อเขื่อนเสร็จ
เขื่อนคลองท่าด่านฯ สามารถจัดสรรน้ำให้กับพื้นที่ได้ทั้งหมด 206 , 359 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ ชลประทานสุทธิทั้งหมดจำนวน 6 , 000 ไร่ ประกอบด้วย
- โครงการท่าด่านเดิม 6 , 000 ไร่ ส่งน้ำให้ราษฎรโดยก่อสร้างคลองส่งน้ำดาดคอนกรีต ยาว 21.91 กม. ช่วยให้น้ำไม่สูญเสียระหว่างทาง ซึ่งเป็นโครงการเก่าตามพระราชดำริ ถูกใช้งานมานานแล้วและเคยให้น้ำแก่เกษตรกรได้ประมาณหมื่นไร่
นอกจากปัญหาหลักๆ ที่จะได้รับการแก้ไขจากการสร้างเขื่อนคลองท่าด่านฯ แล้ว ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือประโยชน์ทางอ้อมซึ่งล้วนแต่จะเป็นผลดีอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวนครนายก เช่น ทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมบริเวณตัวเขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำจะได้รับการพัฒนากลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าในเชิงสันทนาการและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งพื้นที่อ่างเก็บน้ำยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด รวมถึงเป็นแหล่งชุมชนของนกนานาพันธุ์ซึ่งนอกจากจะสร้างความสมบูรณ์ทางระบบ นิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพแล้วยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นอย่างมหาศาลสมดังพระราชประสงค์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงหมายให้ น้ำทิพย์นี้นำความสุขสมบูรณ์มาสู่ราษฎรของพระองค์อย่างยั่งยืนตลอดไป
เขื่อนคลองท่าด่านฯ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
• แหล่งน้ำและระบบชลประทานขนาดใหญ่ท่าสามารถเก็บกักน้ำ และจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบสำหรับพื้นที่ทำการเกษตรรวมทั้งแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของจังหวัด
• บรรเทาอุทกภัยแก่พื้นที่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำนครนายก
• เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการประมาณ 5 , 400 ครัวเรือน
• ใช้น้ำชลประทานชะล้างดินเปรี้ยวจนเหมาะสมแก่การใช้เพาะปลูก
• เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่งประมงน้ำจืด
• เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่
• เศรษฐกิจของจังหวัดนครนายกขยายตัว ราษฎรมีรายได้มากขึ้น











